โครงการสร้างเงินสร้างงานคนใต้ควรรับประทานข้าวที่ปลูกในภาคใต้เงินทองจะได้หมุนเวียนภายใน 14 จังหวัดภาคใต้โครงการสร้างเงินสร้างงานเริ่มตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 12 ปี โดยโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวหอมทับทิมสยาม เพื่อการส่งออก โครงการตัวอย่างอยู่ที่ จ.สงขลา อ.กระแสสินธุ์ ซึ่งเป็นอำเภอที่ยากจนที่สุด โดยโครงการได้ประกันราคาข้าวให้เกษตรกรเกวียนละ 9,500 – 15,000 บาท คำว่า สร้างเงิน = ลงทุนให้ก่อน เช่น ซื้อรถไถ + รถเกี่ยวข้าว + ปุ๋ย และให้พันธุ์ข้าวฟรี สร้างงาน คือ จัดหาตลาดรับซื้อข้าว พร้อมทั้งประกันราคาข้าวให้ด้วย
อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา พื้นที่ราบลุ่มมีน้ำท่วม จึงเหมาะแก่การประกอบอาชีพทำนา เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการส่งเสริมการปลูกข้าวหอมทับทิมสยาม อีกทั้งยังเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง และมีผู้นำชุมชนที่มีประสิทธิภาพ
เมื่อปี 2542 ทางบริษัท ฟุกเทียน กรุ๊ป จำกัด ได้มีโครงการฯ ร่วมกับทางเกษตรจังหวัดสงขลาเป็นผู้ประสานงานโครงการฯ นำร่องให้เกิดการสร้างรายได้ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรได้ และได้นำพันธุ์ข้าวหอมทับทิมสยามหรือข้าวหอมกุหลาบแดงเข้ามาส่งเสริม เนื่องจากข้าวพันธุ์นี้มีราคาขายที่สูง และมีความต้านทานต่อโรค คุณภาพหุงต้มดีมากคือ มีเมล็ดข้าวสุกหอมนุ่มเหนียว ข้าวสุกนุ่ม เหนียว และมีกลิ่นหอมเหมือนขาวดอกมะลิ 105 และที่สำคัญเป็นข้าวกล้องที่นิ่มที่สุดในโลก
ข้าวหอมทับทิมสยาม ตราดอกดาวเรือง คือ ข้าวสารที่ปลอดสารพิษ 100% ไม่ใช้สารเคมีฆ่าแมลง/สารพิษทุกชนิด เป็นข้าวเพื่อสุขภาพของคนไทย โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์+จุลินทรีย์ ได้รับตรารับรองจากกรมวิชาการเกษตร สงวนไว้ซึ่งวิตามินครบถ้วนตามหลักสุขอนามัย เป็นข้าวที่กะเทาะเปลือกออกไม่ขัดผิว สมัยก่อนใช้ ซ้อมมือมีรสมัน หอมหวาน ใช้บำรุงร่างกาย แก้ตาฟาง ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารและระบบขับถ่ายของร่างกายดีขึ้น เพราะมีเส้นใยจากเมล็ดข้าวที่ผ่านกระบวนการผลิต และบรรจุอย่างพิถีพิถันสะอาดปลอดภัย ไม่มีสิ่งเจือปน
โครงการสร้างเงินสร้างงานเป็นโครงการที่สร้างรายได้ให้เกษตรกร ฉะนั้นเราควรช่วยสนับสนุนโครงการเพื่อเกษตรกรชาวใต้โดยหันมารับประทานข้าวที่ปลูกในภาคใต้ เงินทองจะได้หมุนเวียนภายใน 14 จังหวัดภาคใต้ด้วยกันเอง
ข้อดีของข้าวหอมทับทิมสยาม 1. ไม่มีการปลอมปน เพราะเป็นข้าวสีแดงเหมือนทับทัม 2. มีคุณภาพคงที่ ร้านอาหารนำไปหุงให้ลูกค้าทาน ไม่ต้องกลัวลูกค้าตำหนิว่าทำไมวันนี้ข้าวแข็ง หรือไม่อร่อย 3. ข้าวทั่ว ๆ ไป มีการปลอมปนมากทำให้คุณภาพไม่คงที่

ชื่อพันธุ์ - ข้าวหอมกุหลาบแดง (Red Rose Rice) ชนิด - ข้าวเจ้า คู่ผสม - KDML105R-PRE-5*4 / ไออาร์64 ประวัติพันธุ์ - พ.ศ. 2529 ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ได้รับรวงข้าวแดงหอมจำนวนหนึ่งจากสถานีทดลองข้าวสุรินทร์ จึงทำการปลูกคัดเลือกและแยกสายพันธุ์ชนิด ข้าวเหนียวและข้าวเจ้าออกจากกัน - พ.ศ. 2531 นายสมเดช อิ่มมาก นักวิชาการเกษตรของศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ได้นำข้าวแดงหอมสายพันธุ์ KDML105R-PRE-5 เป็นพันธุ์แม่ผสมกับ IR64 และผสมย้อนกลับ (Back Cross) ไปหาพันธุ์แม่ 3 ครั้ง - พ.ศ. 2533 ได้ให้รหัสเป็นคู่ผสมของศูนย์วิจัยข้าวแพร่เป็น PRE90020 - พ.ศ. 2534 – 2537 นำสายพันธุ์ข้าวที่ได้ไปปลูกคัดเลือกที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ได้สายพันธุ์ดีเด่น จำนวน 10 สายพันธุ์ - พ.ศ. 2537 พบว่า สายพันธุ์ PRE90020-R36-PSL-8-3-14-3 เป็นสายพันธุ์ที่เป็นข้าวต้นเตี้ยไม่ไวต่อช่วงแสง และมีลักษณะต่างๆตามต้องการ - พ.ศ. 2542 สถาบันวิจัยข้าวเสนอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรเป็น พันธุ์ข้าวทั่วไป โดยใช้ชื่อว่า ข้าว หอมกุหลาบแดง

ลักษณะประจำพันธุ์ - เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 90 – 100 เซนติเมตร - ไม่ไวต่อช่วงแสง - อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 123 วัน - ลำต้นแข็ง กอตั้งตรง แตกกอดี - รวงแน่นปานกลาง - ใบมีสีเขียว แก่ช้า ใบธงตั้งตรง - เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง - ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 5 สัปดาห์ - ท้องไข่น้อย - เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.0 x 7.3 x 1.6 มิลลิเมตร - ปริมาณอมิโลส 13.9 % ผลผลิต - ประมาณ 750 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น - เป็นข้าวที่ให้ข้าวกล้องมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงเข้ม - ข้าวสุกนุ่ม เหนียว และมีกลิ่นหอมเหมือนขาวดอกมะลิ 105 ข้อควรระวัง - ไม่ต้านทานโรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง - ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำ - ควรปลูกในพื้นที่เฉพาะ เพื่อป้องกันปัญหาเมล็ดปะปนกับข้าวขาว 
การกินข้าวกล้องมีผลดีต่อสุขภาพอย่างไร“ กินข้าวกล้อง ไม่ต้องกินยา “1. เป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีความสลับซับซ้อน หยาบและโมเลกุลใหญ่ ต้องอาศัยเวลาในการย่อย ซึ่งอัตราความเร็วในการย่อยข้าวกล้องจะพอดีกับอัตราความเร็วในการผลิตอินซูลิน ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างการกินกับการใช้น้ำตาลของร่างกาย จึงไม่เกิดโรคเบาหวานและยังช่วยรักษาอาการอ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง เฉื่อยชา เวียนศรีษะ และเป็นลมง่ายได้ดี 2. ข้าวกล้องมีเส้นใยสูง ทำให้กากอาหารมีมากขึ้น ช่วยป้องกันโรคท้องผูก และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 3. เส้นใยในข้าวกล้องจะช่วยจับไขมันส่วนเกินแล้วนำออกนอกร่างกายเป็นอุจจาระ ทำให้มีโอกาสซึมเข้าสู่กระแสเลือดน้อยกว่า จึงเป็นการควบคุมไขมันในเลือดไม่ให้สูงเกินปกติ 4. การกินข้าวกล้องทำให้อยู่ท้อง ไม่ค่อยหิว เป็นการควบคุมน้ำหนักไปในตัว 5. ข้าวกล้องอุดมด้วยวิตามิน ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี เซเลเนียม ช่วยป้องกันความเสื่อมของร่างกายในทุกส่วน ป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่น ป้องกันหวัด รักษาโรคภูมิแพ้ ป้องกันโรคหัวใจ และมะเร็ง 6. ทำให้อาการร้อนวูบวาบ อ่อนเพลีย หงุดหงิด ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวในวัยหมดประจำเดือนลดลง
คุณค่าจากข้าวกล้อง ประกอบด้วย1. เกลือแร่ เป็นกลุ่มสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและขาดไม่ได้ด้วย ซึ่งมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น 1.1 แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง 1.2 ฟอสฟอรัส มักจะอยู่ปะปนกับแคลเซียม และช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง เช่นเดียวกับ แคลเซียม 1.3 แมกนีเซียม มีหน้าที่เป็นตัวเร่งปฎิกิริยาต่าง ๆ ของร่างกาย 1.4 ซีลีเนียม มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะไขมัน 1.5 โพแทสเซียม ช่วยในการควบคุมความเป็นกรดด่าง 1.6 เหล็ก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างเฮโมโกลบิน 1.7 สังกะสี มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีน และกรดนิวคลีอิก 1.8 ทองแดง ช่วยสร้างเนื้อเยื่อพังผืดและเฮโมโกลบิน 2. วิตามิน 2.1 วิตามิน บี 1 ช่วยเปลี่ยนแปลงปฎิกิริยาของคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย ถ้าขาดทำให้เกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า 2.2 วิตามิน บี 2 ช่วยทำหน้าที่ในกระบวนการทำให้เกิดพลังงานในร่างกาย 2.3 วิตามินอี ช่วยต่อต้านออกซิเดชั่น (antioxidation) ของกรดพวกไขมันไม่อิ่มตัว ในน้ำมันซึ่งสกัดจากรำข้าว จะมีวิตามินอีเป็นจำนวนมาก และวิตามินตัวอื่น ๆ ที่ช่วยในการเผาผลาญ สารอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต เพื่อให้ร่างกายเกิดภาวะสมดุล 3. ใยอาหาร ซึ่งเป็นสารที่ไม่สามารถย่อยได้ มีด้วยกัน 4 ตัว เช่น เซลลูโลส (cellulose) เฮมิเฮมิเซลลูโลส(hemicellulose) เพกติน(pectin) และลินิน(lignin) เป็นสารที่ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปตามปกติ ช่วยการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ พูดกันง่าย ๆ ว่าเป็น แม่บ้านคอยทำความสะอาดท้องก็ว่าได้ เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกหรืออาหารที่เรารับประทานตกค้าง ในข้าว 100 กรัม จะมีใยอาหารประมาณ 2.1 กรัม 4. ไขมัน ข้าวมีไขมันอยู่ในส่วนที่เรียกว่า “จมูกข้าว” ข้าวซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงสุด เพราะเมื่อสี และขัดจนขาวแล้ว ส่วนนี้จะหลุดออกทำให้ปนอยู่ในรำข้าว

อ.สมเดช อ่มมาก ข้าวหอมกุหลาบแดง คือ ฝึมือการพันฒนาสายพันธุ์ข้าว ของอ.สมเดช อิ่มมาก ในปี พ.ศ. 2542 สถาบันวิจัยข้าวเสนอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรเป็น พันธุ์ข้าวทั่วไป โดยใช้ชื่อว่า ข้าวหอมกุหลาบแดง "เมื่อก่อนผมทำงานอยู่กรมวิชาการเกษตร ดูเรื่องข้าวโดยเฉพาะ ร่วมกับสุเทพ (ลิ้มทองกุล) นักวิชาการด้านข้าวอีกคน ทำงานร่วมกันมาตลอด จนสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวได้สายพันธุ์ใหม่ที่รู้จักกันในนาม "ข้าวหอมกุหลาบแดง (Red Rose Rice )" เมื่อก่อนพันธุ์ข้าวของรัฐบาลจะมีแต่ข้าวขาว ไม่มีข้าวแดง ถ้ามีสีแดงจะส่งออกไม่ได้ ต่างชาติจะไม่ยอมรับ เพราะเขาเคยชินกับข้าวขาว ตอนนั้นคุณมีชัย (วีระไวทยะ) นำข้าวแดงที่ผมศึกษาไว้ไปทดลองปลูกที่บุรีรัมย์ ปรากฏว่าให้ผลผลิตดีมาก แล้วก็ทำตลาดจนเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค ท่านอนันต์ (ดาโลดม) อธิบดีกรมวิชาการในขณะนั้นก็สั่งให้ผมไปขึ้นทะเบียนพันธุ์เอาไว้"
|