|
โครงการ 1 ตำรวจ 100 ครัวเรือน |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2011 เวลา 15:50 น. |
โครงการ 1 ตำรวจ 100 ครัวเรือนใช้หลัก 6 ประการ สร้างสุขเกษตรกรพชร ชิดสิน
 พลตำรวจเอกธวัชชัย ภัยลี้ ประธานโครงการฯ
“ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง” ประโยคคุ้นหูของชาวไทย ที่เรียกได้ว่าเป็นวัตถุประสงค์ หรือยุทธศาสตร์หลักของประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานแนวทางไว้ให้กับคนไทย และประเทศไทย มาตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
มาจนถึงวันนี้ ประโยคนี้ก็ยังคงเป็นสัจธรรมแท้จริง ให้กับผู้บริหารประเทศได้กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์กันมาหลายยุคหลายสมัย หลายรัฐบาล วันเวลาได้ผ่านพ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาหลายสิบปีแล้ว แต่ประโยคนี้ก็ยังคงเป็นยุทธศาสตร์หลักที่จะต้องปฏิบัติให้ได้กันต่อไป ซึ่งในปัจจุบันอาจจะต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาล หน่วยงานราชการ หรือแม้แต่ภาคเอกชนเองก็ตาม ที่ในวันนี้มีหลายองค์กรเอกชน ที่มีโครงการที่เป็นประโยชน์ อันจะมีส่วนช่วยให้ประชาชนเกิดความอยู่ดีกินดี มีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่งคั่ง อันจะส่งผลให้ประเทศชาติเกิดความมั่นคงได้ในที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมามองถึงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และยังมีฐานะยากจนเป็นส่วนใหญ่ การเข้าไปให้ความช่วยเหลือเพื่อยกระดับฐานะและชีวิตความเป็นอยู่ให้กับเกษตรกรเหล่านั้นได้ ย่อมส่งผลดีเป็นลูกโซ่ตามมาได้อีกมากมาย เมื่อเกษตรกรซึ่งถือเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่มีอยู่กว่า 40 ล้านคน อยู่ดีกินดี มีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ย่อมส่งผลไปถึงครอบครัว ลูกหลานให้มีความเป็นอยู่ที่ดี และได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น เมื่อมีความรู้มากขึ้น ความคิดอ่านย่อมดีขึ้นตามไปด้วย อันจะส่งผลให้ปัญหาสังคมลดลง และเยาวชนลูกหลานรุ่นหลังจะได้มีส่วนในการนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาในการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ที่มากขึ้น และจะมีส่วนช่วยให้ระบบเศรษฐกิจการค้าของประเทศไทยมีมูลค่าสูงขึ้นตามไปด้วย “เมื่อประชาชนอยู่ดีกินดี มีความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน ผลประโยชน์นี้ย่อมส่งผลถึงประเทศชาติให้เกิดความมั่นคงได้ในที่สุด” ด้วยแนวคิดดังกล่าว จึงได้เกิดความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานราชการคือ ตำรวจในท้องที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และภาคเอกชนคือ บริษัท ฟุกเทียน กรุ๊ป จำกัด จัดทำ “โครงการ 1 ตำรวจ 100 ครัวเรือน” ในการร่วมกันสร้างความอยู่ดีกินดี และการส่งเสริมสถาบันครอบครัวในชุมชนต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรทั่วประเทศได้มีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น อันจะส่งผลให้ปัญหาในชุมชนต่างๆ ลดน้อยลง และจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นได้ตามลำดับ โครงการ 1 ตำรวจ 100 ครัวเรือน ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2549 โดยมีพลตำรวจเอกธวัชชัย ภัยลี้ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานโครงการฯ โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ 6 ประการคือ 1. ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ คำว่า “เศรษฐกิจ” คือที่มาของรายได้ของแต่ละครอบครัว โดยเฉพาะเกษตรกร อย่างเช่น ชาวนา ที่ถือว่าเป็นเกษตรกรหลักที่มีพื้นที่ทำการเกษตรมากที่สุดของประเทศ ประมาณ 69 ล้านไร่ แต่ชาวนาส่วนใหญ่ยังประสบกับปัญหาความยากจน เนื่องจากที่ดินทำกินเสื่อมโทรม เมื่อพื้นที่เสื่อมโทรมผลผลิตก็ลดลง ทำให้ต้องหาปัจจัยต่างๆ มาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต แต่เกษตรกรยิ่งหาปัจจัยต่างๆ มาใช้ กลับยิ่งทำให้เกษตรกรยากจนลงเรื่อยๆ เพราะมีผู้ฉวยโอกาส นำเสนอปัจจัยการผลิตชนิดต่างๆ มาหลอกขายให้กับเกษตรกร เมื่อเกษตรกรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมีฐานะความเป็นอยู่ที่แย่ลงเรื่อยๆ ประเทศชาติจะมั่นคงได้อย่างไร ดังนั้น จึงต้องหาทางช่วยกันเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้กับเกษตรกรให้ได้ และตำรวจในแต่ละท้องที่จะมีส่วนสำคัญ ในการร่วมมือกับหมอดิน สภาเกษตรกร รวมทั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ในการเข้าไปดูแลเกษตรกรทุกหลังคาเรือนอย่างใกล้ชิด 2. การดูแลเรื่องการศึกษาของเยาวชนในท้องที่ เนื่องจากสังคมในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเยาวชนในชุมชนต่างๆ มีโอกาสที่จะต้องเผชิญกับสิ่งยั่วยุต่างๆ มากมาย ยิ่งสังคมเสื่อมก็ยิ่งทำให้ตำรวจมีงานล้นมือมากยิ่งขึ้น แต่หากครอบครัวของเกษตรกรมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ลูกหลานย่อมได้รับการศึกษาที่ดี มีระเบียบวินัย มีแนวคิดที่ดีในการดำเนินชีวิต และจะมีส่วนช่วยให้เยาวชนหนีห่างจากอบายมุขต่างๆ ได้มากขึ้น หรือเรียกได้ว่า หากต้นน้ำดี ปลายน้ำย่อมดี แต่หากต้นน้ำเน่าเสีย ปลายน้ำก็ย่อมจะเน่าเสียตามไปด้วย ซึ่งการที่เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ย่อมส่งผลให้ลูกหลานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และจะช่วยให้ปัญหาสังคมลดน้อยลง ตำรวจก็ไม่ต้องรับภาระมากขึ้นตามไปด้วย 3. การดูแลสังคม เมื่อเกษตรกรมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ลูกหลานได้รับการศึกษามากขึ้น มีแนวคิดที่ดีในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น จะทำให้ตำรวจในท้องที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมได้ดีขึ้น และจะมีส่วนสำคัญในการฝึกอบรมเยาวชนในท้องที่ให้มีระเบียบวินัยในการดำเนินชีวิต และจูงใจเยาวชนเหล่านั้นให้มีส่วนร่วมในการประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในระเบียบวินัย และอยู่ห่างไกลจากอบายมุขต่างๆ ได้ง่ายขึ้น โดยผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำสมุดฝากความดี การฝึกสอนให้เยาวชนรู้จักความรับผิดชอบ ช่วยเหลือในการประกอบอาชีพของครอบครัว เพื่อเป็นการฝึกฝนทักษะอาชีพในอนาคต หรือการจัดให้มีกิจกรรมทางศาสนา อย่างการจัดให้มีการทำบุญ ปฏิบัติธรรมกันในชุมชนให้มากขึ้น ก็จะมีส่วนช่วยให้ปัญหาสังคมลดน้อยลง 4. การช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับชุมชน โครงการ 1 ตำรวจ 100 ครัวเรือน นอกจากจะทำให้ตำรวจมีส่วนร่วมในการช่วยส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ในการช่วยเพิ่มรายได้ และการทำให้สังคมน่าอยู่มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตำรวจทุกคนกับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย หากตำรวจในพื้นที่สามารถให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจนมีรายได้และฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว ก็จะทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความไว้ใจ มั่นใจ อบอุ่นใจ และเกิดความเป็นมิตรซึ่งกันและกัน ในการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน อันจะทำให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตาให้กับตำรวจในพื้นที่ และทำให้ชุมชนหรือสังคมนั้นกลายเป็นสังคมน่าอยู่ในที่สุด 5. ผลต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม เมื่อเกษตรกรของประเทศที่มีอยู่กว่า 40 ล้านคน มีฐานะ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแล้ว ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าโดยรวมของประเทศดีขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในระดับท้องถิ่น ทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชน เมื่อเศรษฐกิจในชุมชนดีขึ้นแล้ว ย่อมทำให้เศรษฐกิจการค้าในระดับสูงขึ้นไปดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในระดับอุตสาหกรรม การค้าในระดับต่างๆ ย่อมดีขึ้นตามไปด้วย นั่นหมายถึง เมื่อประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว ย่อมทำให้เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมดีขึ้น “เมื่อประเทศชาติมีเศรษฐกิจดี ย่อมส่งผลทำให้เก็บภาษีได้มากขึ้น เมื่อภาครัฐมีการเก็บภาษีได้มาก ย่อมที่จะนำมาพัฒนาประเทศชาติ” 6. ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน โครงการ 1 ตำรวจ 100 ครัวเรือน มีหลักในการดำเนินงานคือ การหาวิธีการเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้กับเกษตรกร โดยการนำปัจจัยการผลิตที่ดี มีคุณภาพ นำไปให้เกษตรกรที่มีปัญหาที่ดินเสื่อมโทรมได้ทดลองใช้ เพื่อมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูสภาพดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนกับที่ดินเหมือนตอนที่เปิดป่าใหม่ เมื่อดินที่เสื่อมโทรมกลับมาอุดมสมบูรณ์ ก็จะทำให้ผลผลิตที่เคยตกต่ำกลับได้มากขึ้นเหมือนเดิม และจะช่วยให้เกษตรกรทั่วประเทศมีรายได้เพิ่ม และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ย่างแน่นอน หรือหากลองคิดดูแล้ว จากพื้นที่ทำการเกษตรทั่วประเทศ 160 ล้านไร่ หากเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยไร่ละ 5,000 บาท ก็จะทำให้เกษตรกรทั่วประเทศมีรายได้เพิ่มรวมกันกว่า 8 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้มีผลพวงต่อชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคมโดยรวมดีขึ้นได้อย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทุกประการ มาถึงวันนี้ โครงการ 1 ตำรวจ 100 ครัวเรือน ได้ดำเนินการมากว่า 5 ปีแล้ว และมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ และประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ มีรายได้เพิ่ม มีฐานะดีขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว 1,916 ครัวเรือน กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยคือ ภาคเหนือ 517 ครัวเรือน ภาคอีสาน 957 ครัวเรือน ภาคใต้ 306 ครัวเรือน ภาคกลาง 86 ครัวเรือน และภาคตะวันออก 50 ครัวเรือน โดยมีตัวอย่างความสำเร็จได้นำมาแสดงให้เห็นแล้วในสร้างเงิน สร้างงานหลายฉบับที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมคิด เดชอินทร์ เกษตรกรเจ้าของสวนมะเขือ 4 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 8 ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ที่ในอดีตติดเหล้าติดการพนัน เป็นหนี้สินหลายแสนบาท แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการฯ มาได้ 3 ปี ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นชัดเจน จนอาจจะเรียกได้ว่าพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะสามารถปลดหนี้สินได้ทุกบาททุกสตางค์แล้ว ยังมีเงินเหลือเก็บจนสามารถปลูกบ้านหลังใหม่ได้ พร้อมทั้งซื้อรถยนต์คันใหม่ได้อีก 2 คัน ที่สำคัญคือทำให้ชีวิตหลุดพ้นจากอบายมุขทั้งปวง เลิกเหล้า เลิกเล่นการพนัน ชีวิตอยู่ดีมีสุขกันทั้งครอบครัว  สมคิด เดชอินทร์ กับแปลงมะเขือปลดหนี้
นอกจากนี้ยังมี กลุ่มเกษตรกรในอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ช่วยให้สมาชิกมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ทุกคนมีเงินเหลือกินเหลือเก็บ หรืออัมพร วัติสุข เจ้าของสวนปาล์มในอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่สามารถแก้ไขปัญหาที่ดินเสื่อมโทรมได้สำเร็จ ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น และมีฐานะความเป็นดีขึ้นในปัจจุบัน บุคคลเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ เห็นผลชัดเจนที่สามารถพิสูจน์ได้จริง หลังจากเกษตรกรเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 1 ตำรวจ 100 ครัวเรือน ที่วันนี้ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายความสำเร็จนี้ไปสู่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก และหากว่าเกษตรกรท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท ฟุกเทียน กรุ๊ป จำกัด 1292 ถ.กาญจนวนิช ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โทร. 074-357727-30 ทางโครงการฯ ยินดีรับท่านเข้าเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการช่วยให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ต่อไปในอนาคต
โครงการสร้างเงินสร้างงาน | โครงการแก้จนแบบถาวร | โครงการนะโม พุทธายะ
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2011 เวลา 14:49 น. |